ข่าวประชาสัมพันธ์

จำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้384
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้346
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1852
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่ผ่านมา2857
mod_vvisit_counterเดือนนี้12234
mod_vvisit_counterเดือนที่ผ่านมา11243
mod_vvisit_counterสถิติทั้งหมด874058

ประวัติความเป็นมาและการสร้างพระสมเด็จเกษไชโย (วัดไชโยวรวิหาร)

.
ก่อนที่เราจะมารู้จักกับพระสมเด็จเกษไชโย เรามารู้จักประวัติโดยสังเขปของวัดไชโยวรวิหารกันเสียก่อนนะโยมนะ

.
วัดไชโยวรวิหาร (เกษไชโย) เป็นพระอารามที่สร้างมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ ๒๑ หมู่ที่ ๓ ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ๑๔๑๔๐ ซึ่งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา อาณาบริเวณของวัดเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส แต่ละด้านมีเสาศิลาขนาดใหญ่ปักแสดงเป็นอาณาเขตของวัด มีหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ดังนี้ สำนักงานกลางวัดไชโย ๐๓๕-๘๖๒๖๖๙-๗๐, โทรสาร.๐๓๕-๘๖๒๖๗๐

วัดไชโยวรวิหาร (เกษไชโย) เดิมมีชื่อว่า วัดไชโย มีฐานะเป็นเพียงวัดราษฎร์ สืบประวัติไม่ได้ว่าใครเป็นผู้สร้าง เนื่อง่จากเป็นวัดที่มีมาเก่าแก่แต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา กาลต่อมาปรากฎพระพุทธรูปองค์โต พระเกศโผล่พ้นยอดทิวไม้แลเห็นมาแต่ไกล

ก่อนที่จะปรากฎพระพุทธรูปองค์โตดังกล่าวนั้น ก่อนหน้านั้นมีพระภิกษุรูปหนึ่ง จาริกแสวงบุญมาจากพระนคร มาดำเนินการก่อสร้างพระพุทธรูปองค์โตขึ้น พระภิกษุรูปดังกล่าวคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เถราจารย์ผู้มีเกียรติคุณเกริกก้องแห่งแผ่นดินสยามในปัจจุบัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จ ชอบสร้างสิ่งใหญ่ ๆ โต ๆ ให้สมกับชื่อของท่าน เป็นต้นว่า พระพุทธไสยาสน์ใหญ่ วัดสะตือ พระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าท่านเคยไปนอนที่นั่น พระยืนใหญ่ วัดอินทรวิหาร กรุงเทพฯ เป็นที่ระลึกว่าท่านได้สอนยืนที่นั่น ส่วนพระนั่งขนาดใหญ่ หรือ หลวงพ่อโต วัดเกษไชโย จังหวัดอ่างทอง เป็นสิ่งอนุสรณ์ระลึกว่าท่านสอนนั่งนั่นเอง

.
พระหลวงพ่อโต วัดเกษไชโย อนุสรณ์แห่งการสอนนั่ง ของท่านสมเด็จเจ้าประคุณสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของท่าน และแรงศรัทธาจากพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงช่างบ้านทั่วโดยทั่วไป

.
การก่อสร้างนั้นได้ทำถึง คราวโดยคราวแรกเป็นพระพุทธรูปนั่งขนาดใหญ่โตมาก ใช้วิธีก่ออิฐสอดิน แต่แล้วองค์พระก็พังทลายลงมา ได้ลงมือก่อสร้างอีกครั้งด้วยกรรมวิธีแบบเดิม แต่ได้ลดขนาดขององค์พระลงมาให้เล็กลงกว่าเดิม ไม่ได้ปิดทอง นั่งอยู่กลางแจ้งสามารถมองเห็นได้มาแต่ไกล

.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพระยารัตนบดินทร (บุญรอด กัลยาณมิตร) ที่ สมุหนายกสำเร็จราชการกรมมหาดไทย ขึ้นมาเป็นแม่กองปฏิสังขรณ์วัดไชโยขึ้นใหม่ทั่วทั้งอาราม เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๐

.
การบูรณะปฏิสังขรณ์มาถึงการก่อสร้างพระวิหารครอบหลวงพ่อโต ระหว่างงานขุดหลุมเทคาน แรงกระทุ้งความสั่นสะเทือน มิอาจทำให้องค์หลวงพ่อโตคงทนอยู่ได้อีรก จึงได้พังทลายลงมาอีกครั้ง

.
พระพุทธเจ้าหลวง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหลวงพ่อโตขึ้นมาใหม่ทดแทนองค์เดิม และโปรดเกล้า ฯ ให้ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ซึ่งเป็นช่างหลวงฝีพระหัตถ์เยี่ยมในการปั้นพระพุทธรูปยุคนั้นเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง

.
การสร้างหลวงพ่อโตครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๓ เพราะมีการรื้อใหม่ทั้งองค์ มีการวางรากฐานที่แน่นหนา โครงสร้างขององค์พระเสริมเหล็กถือปูน ลดขนาดให้เล็กลงกว่าเดิมดังปรากฎในปัจจุบัน เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิประทับนั่งแบบสมาธิราบ ตามแบบที่สมเด็จเจ้าประคุณสร้างไว้ แต่ครองจีวรและพาดสังฆาฏิ กว้างตามแบบใหม่ ขนาดหน้าตักกว้าง ๘ วา นิ้ว ( ประมาณ ๑๖ เมตร) สูงสุดถึงพระรัศมี ๑๑ วา ๑ ศอก นิ้ว (ประมาณ ๒๒.๕ เมตร)

.
พร้อมกับการสร้างหลวงพ่อโตองค์ใหม่นี้ พนระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้หล่อรูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริง ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขึ้นมาด้วยเป็นรูปเหมือนโลหะผสม

.
การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดไชโยในส่วนต่าง ๆ สำเร็จเสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๗ รวมระยะเวลา ๘ ปีเต็ม แล้วทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามหลวงพ่อโตเสียใหม่ เป็น พระมหาพุทธพิมพ์ พร้อมกับโปรดเกล้า ฯ ยกฐานะของวัดไชโย จากวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง นามว่า วัดไชโยวรวิหาร นับแต่นั้นมา

.
จำเนียรกาลต่อมา ในปี พ.ศ.๒๕๓๓ คณะสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างพระบรมรูปจำลอง และพระรูปเหมือนขึ้นมาอีกวาระหนึ่ง

.
พระบรมรูปจำลอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่มีต่อทางวัดเมื่อครั้งอดีต จึงได้จัด พระเครื่องประจำจังหวัดอ่างทอง ๑๑ สร้างพระบรมรูปจำลองของพระองค์ท่านขึ้น เพื่อถวายราชสักการะ โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธานเททอง เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๓ พระรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขนาดหน้าตัก ๑๙๙ นิ้ว โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธานเททอง เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๓

.

ปูชนียวัตถุและสถานที่สำคัญของวัดไชโย

.
๑. พระอุโบสถ ยาว ๑๕ เมตร ๙๔ เซนติเมตร กว้าง ๗ เมตร ๙๐ เซนติเมตร ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์จนเสร็จเรียบร้อย ในรัชกาลที่ ๕ พ.ศ.๒๔๓๗ ลักษณะเป็นทรงไทยโบราณมีมุขลด ต่อออกมาทางด้านหน้าพระวิหาร มีช่อฟ้าหน้าบัน เสาพระวิหารรับเชิงชาย มีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ ซึ่งเขียนขึ้นโดยช่างศิลป์ในสมัยรัชกาลที่ ๕

.
๒. พระวิหารหลวง ยาว ๒๗ เมตร ๔๐ เซนติเมตร กว้าง ๓๐ เมตร ๖๐ เซนติเมตร สร้างเป็นเรือนใหญ่ครอบองค์พระพุทธรูปไว้ พระวิหารมีความสูง ๑ เส้นเศษ ส่วนพระพุทธรูปนั้น รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่แทนองค์ที่สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างไว้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยใช้โครงเหล็กยึดรัดอิฐปูนไว้ ภายใน มีขนาดหน้าตักกว้าง ๘ วา ๖ นิ้ว สูงสุดยอดพระรัศมี ๑๑ วา ๑ ศอก ๗ นิ้ว พระราชทานนามว่า "พระมหาพุทธพิมพ์" บูรณปฏิสังขรณ์ยุคเดียวกับพระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูนฐานสี่เหลี่ยมมุมตัดมีบัวหงายรับคอระฆัง และมีฉัตรรูปบัวหงาย ๗ ชั้น มีแกนเหล็กข้างในไปถึงยอดสุดปั้นเป็นลูกแก้วติดไว้ด้วย

.
๓. พระวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มีลักษณะเป็นทรงไทย มีมุขลด มีช่อฟ้าหน้าบัน เสาพระวิหารรับเชิงชาย สวยงามเป็นอันมาก และยังตั้งอยู่ริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

.
๔. วิหารด้านหลังวิหารหลวง ยาว เมตร ๕๐ เซนติเมตร กว้าง ๔ เมตร ๘๑ เซนติเมตร มีลักษณะทรงไทยโบราณเป็นมุขลด ต่อออกมาด้านหลังพระวิหารหลวง ภายในวิหารมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

.

ประวัติและการสร้างพระสมเด็จเกษไชโย (สมเด็จโต วัดเกษไชโย จังหวัดอ่างทอง)

.
เมื่อท่านทั้งหลายได้รู้ประวัติโดยสังเขปของวัดไชโยก่อนแล้ว คราวนี้เรามารู้จักกับสมเด็จเกษไชโยของจริงกันซะที

.
พระสมเด็จเกษไชโย หรือพระสมเด็จของวัดไชโย มีมากมายหลายพิมพ์หลายแบบ แต่จำนวนพระมีน้อย และเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ชำรุด จะพบพระที่สมบูรณ์จริง ๆ ในสิบองค์จะพบเพียงหนึ่งองค์เท่านั้น ทำให้วงการพระเครื่องทั่วไปรู้จักกันเพียง ๓ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ ๗ ชั้น (พิมพ์นิยม) พิมพ์อกตัน ๖ ชั้น และพิมพ์อกตลอด ๖ ชั้น แต่แท้จริงแล้วยังมีพิมพ์มาตรฐานที่มีค่านิยมสูง เปรียบเสมือนเพชรน้ำเอกของเมืองอ่างทองอีกหลายพิมพ์ ที่ประวัติและที่มาเป็นของวัดไชโยอย่างแน่นอน แต่โดยทั่วไปผู้รู้มากท่านไม่ค่อยเปิดเผย อีกทั้งพระมีจำนวนน้อยมาก

.
สำหรับทรงพิมพ์ต่าง ๆ ที่สามารถรวบรวมและเรียบเรียงไว้นี้ ชื่อพิมพ์อาจจะผิดแผกไปจากความรู้เดิมของบางท่านก็ต้องขออภัย แบบพิมพ์ทรง ของสมเด็จเกษไชโย มีทั้ง ๗ ชั้น ชั้น และ ๕ ชั้น โดยแยกแต่ละแบบถึง ๑๙ แบบ ซึ่งยังไม่รวมกับพระสมเด็จรุ่นพิเศษ ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ดังนี้

.
๑. พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์นิยม) ชั้น (๗ ชั้นพิมพ์นิยม เอ)
๒.
พิมพ์เล็ก ชั้น (
ชั้นพิมพ์เล็ก บี)
๓.
พิมพ์หูประบ่า ชั้น (
๗ ชั้นหูประบ่า)
๔.
พิมพ์แขนกลม ชั้น (
๗ ชั้นแขนกลม)
๕. พิมพ์เข่าโค้ง
ชั้น (
๗ ชั้นเข่าโค้ง)
๖.
พิมพ์แข้งหมอน ชั้น (
๗ ชั้นแข้งหมอน)
๗.
พิมพ์ไหล่ตรง ชั้น (
๗ ชั้นไหล่ตรง)
๘.
พิมพ์แขนติ่ง ชั้น (
๗ ชั้นแขนติ่ง)
๙.
พิมพ์เศียรกลม ชั้น (
๗ ชั้นเศียรกลม)
๑๐.
พิมพ์อกตัน ชั้น (
๗ ชั้นอกตัน)
๑๑.
พิมพ์อกตลอด ชั้น (
๗ ชั้นอกตลอด)
๑๒.
พิมพ์ปรกโพธิ์ ชั้น (
๗ ชั้นปรกโพธิ์)
๑๓.
พิมพ์ใหญ่ เอ ชั้น (
๖ ชั้นพิมพ์เอ)
๑๔.
พิมพ์ใหญ่ บี ชั้น (
๖ ชั้นพิมพ์บี)
๑๕.
พิมพ์ล่ำ ชั้น (
๖ ชั้นพิมพ์ล่ำ)
๑๖.
พิมพ์ไหล่ตรง ชั้น (
๖ ชั้นไหล่ตรง)
๑๗.
พิมพ์อกตลอด ๖ ชั้น (
๖ ชั้นอกตลอด)
๑๘.
พิมพ์ ๕ ชั้น
ฯลฯ


นอกจากนั้นแล้วทางวัดไชโยยังได้สร้างพระสมเด็จรุ่นต่าง ๆ ขึ้นมาอีกหลายรุ่น โดยยึดถือ ๑๐ ปีหรือ ๑ ทศวรรษ จะสร้างกัน ๑ ครั้ง ซึ่งเริ่มมีมาปรากฎชื่อเสียงการสร้างตั้งแต่รุ่นปี ๒๕๒๑, รุ่นประวัติศาสตร์ ๒๕๓๑ ,รุ่นศุภโชคย้อนยุค ๒๕๔๑ และรุ่นสมปรารถนา ๒๕๕๑ ขอท่านได้ศึกษาและดูรายละเอียดประกอบภาพต่อไป